EXW FOB CIF

EXW FOB CIF คืออะไร? สรุปเงื่อนไขการขนส่งที่เถ้าแก่ต้องรู้

EXW FOB CIF

คือเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ (Incoterms) ที่เถ้าแก่ขนส่งและ Freight Forwarder ต้องเจอในใบสั่งงานทุกวัน คำเหล่านี้คือตัวกำหนดว่า “ใครเป็นคนจ่ายค่าขนส่ง” และ “ความรับผิดชอบสิ้นสุดที่ตรงไหน”

สำหรับมือใหม่หรือฝ่ายบัญชีที่ต้องทำใบเสนอราคา วันนี้ TTMoC จะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อไม่ให้คิดค่ารถผิดพลาดจนบริษัทต้องเข้าเนื้อครับ!

สรุปความแตกต่าง EXW FOB CIF แบบเข้าใจง่าย

1. EXW (Ex Works) – รับของหน้าโรงงาน

เงื่อนไขนี้ “ผู้ซื้อรับจบ” ครับ ผู้ขายมีหน้าที่แค่ผลิตสินค้าและวางเตรียมไว้ที่หน้าโรงงานของตัวเองเท่านั้น ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถบรรทุกไปรับของ ค่าเอาของขึ้นรถ หรือค่าพิธีการศุลกากร ผู้ซื้อต้องเป็นคนจัดการและจ่ายเองทั้งหมด (บริษัทรถบรรทุกส่วนใหญ่จะได้รับงานจากฝั่งผู้ซื้อ)

2. FOB (Free On Board) – ส่งถึงบนเรือ

เงื่อนไขยอดฮิตที่สุด! “ผู้ขายรับผิดชอบถึงบนเรือ” หมายความว่าผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่ารถบรรทุกจากโรงงานตัวเอง ไปจนถึงค่าทำใบขนสินค้าขาออก และค่าเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปวางบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง) พอของวางบนเรือเรียบร้อย ความรับผิดชอบจะตกเป็นของผู้ซื้อทันที

3. CIF (Cost, Insurance, and Freight) – ส่งถึงปลายทาง + ประกัน

เงื่อนไขนี้ “ผู้ขายจ่ายหนักสุด” ครับ เพราะผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายยาวไปจนถึงท่าเรือของประเทศปลายทางเลย ทั้งค่ารถบรรทุกต้นทาง ค่าระวางเรือ (Freight) และที่สำคัญคือต้อง “จ่ายค่าประกันภัยสินค้า (Insurance)” ระหว่างการเดินทางให้ด้วย

จัดการบิลและใบเสนอราคาไม่มีพลาดด้วย TTMoC ERP

ในมุมของบริษัทรถบรรทุก ไม่ว่าลูกค้าจะตกลงเงื่อนไขกันมาแบบไหน สิ่งสำคัญคือฝ่ายจัดรถต้องรู้ว่า “ต้องไปรับตู้ที่ไหน-ส่งที่ไหน” และฝ่ายบัญชีต้อง “เก็บเงินให้ถูกบริษัท”ระบบ TTMoC ERP ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทรถบรรทุกและ Forwarder ทำงานง่ายขึ้น:
  • ทำ Quotation แม่นยำ: ระบบสามารถระบุเงื่อนไขการรับส่งและคำนวณราคาตามระยะทางจริงได้ทันที ป้องกันการเสนอราคาผิดพลาด
  • จัดการ Job Order ชัดเจน: ส่งรายละเอียดงานเข้าแอปฯ คนขับรถได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการไปรับของหน้าโรงงาน หรือไปส่งของที่ท่าเรือ
  • วางบิลถูกบริษัท: หมดปัญหาเก็บเงินผิดคน ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลจากใบสั่งงานมาเปิดบิล (Billing Note) ให้อัตโนมัติ

จัดการทุกเงื่อนไขการขนส่งให้เป็นเรื่องง่าย คุมต้นทุนได้เป๊ะ
แอดไลน์ปรึกษาการใช้ระบบขนส่ง TTMoC ฟรี!

Similar Posts

  • Freight Forwarder คืออะไร? ต่างจากบริษัทขนส่งอย่างไร?

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ Freight Forwarder คือหนึ่งในคำศัพท์ที่คนทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และบริษัทรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องได้ยินกันทุกวัน แต่หลายคนอาจจะยังสับสนว่า แท้จริงแล้วพวกเขาคือใคร? และมีบทบาทอย่างไรในห่วงโซ่โลจิสติกส์? วันนี้ TTMoC จะพามาเจาะลึกบทบาทของ “ตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ” และความแตกต่างจากบริษัทรถบรรทุกทั่วไป พร้อมเทคนิคการทำงานร่วมกันให้ราบรื่นครับ! Freight Forwarder คืออะไร? ตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (มักเรียกสั้นๆ ว่า Forwarder) เปรียบเสมือนนายหน้าหรือผู้รับเหมาเบ็ดเสร็จ ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก (Shipper/Consignee) โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีเรือ เครื่องบิน หรือรถบรรทุกเป็นของตัวเองเลย หน้าที่หลักของพวกเขาครอบคลุมตั้งแต่: การจองระวางเรือ (Booking Space) หรือจองพื้นที่บนเครื่องบิน จัดการเอกสารพิธีการศุลกากร (Customs Clearance) ติดต่อประสานงานกับลานตู้และท่าเรือ ว่าจ้างบริษัทรถบรรทุก (Local Transport) เพื่อรับ-ส่งสินค้าถึงหน้าโรงงานลูกค้า ความแตกต่างระหว่าง Freight Forwarder กับบริษัทขนส่ง (Carrier) 1. ขอบเขตการรับผิดชอบ (Scope of…

  • HS Code คืออะไร? วิธีเช็กให้เป๊ะ ไม่โดนปรับ

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ไข ข้อสงสัย พิกัด HS Code คือ อะไร และ สำคัญ อย่างไร ใน การ ทำ ธุรกิจ นำเข้า. ปัญหา ใหญ่ คือ เรื่อง ภาษี. ดังนั้น การ รู้จัก พิกัด HS Code จึง สำคัญ มาก. วันนี้ เรา ขอ อธิบาย ให้ เข้าใจ ง่าย. นี่ คือ สิ่ง ที่ ชิปปิ้ง ต้อง รู้. สรุปคือ มัน จะ ช่วย ลด…

  • ระบบ e-POD คืออะไร? เปลี่ยนใบส่งสินค้าให้เป็นดิจิทัล จบปัญหาบิลหาย

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ในวงการโลจิสติกส์ มีกฎเหล็กที่ว่า “งานจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จนกว่าลูกค้าจะเซ็นรับสินค้า” เอกสารใบนั้นเรียกว่า POD (Proof of Delivery) หรือใบรับส่งสินค้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ฝ่ายบัญชีต้องใช้เพื่อนำไปวางบิลเก็บเงินจากลูกค้า แต่ถ้ากุญแจดอกนั้นหายไประหว่างทางล่ะ? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ ระบบ e-POD ขนส่ง ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการทำงานหน้าลาน จบปัญหาเอกสารหาย และทำให้บริษัทของคุณเก็บเงินได้ไวขึ้นแบบก้าวกระโดดครับ ทำไม “ใบรับส่งสินค้าแบบกระดาษ” ถึงเป็นตัวถ่วงธุรกิจ? หากบริษัทของคุณยังใช้กระดาษคาร์บอน 3 ชั้น ให้พนักงานขับรถพกไปหน้างาน คุณอาจกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในการทำธุรกิจโลจิสติกส์: เอกสารสูญหายหรือชำรุด: คนขับเผลอทำบิลปลิวหาย ทำน้ำหกใส่ หรือเก็บไว้ในหน้ารถจนตัวหนังสือซีดจาง พอไม่มีบิลตัวจริง ลูกค้าก็มีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายเงิน ความล่าช้าในการวางบิล (Cash Flow สะดุด): คนขับรถวิ่งงานต่างจังหวัด กว่าจะกลับมาส่งบิลที่ออฟฟิศก็ปาไป 1-2 สัปดาห์ ทำให้ฝ่ายบัญชีเปิดบิลเก็บเงินช้า กระแสเงินสดของบริษัทก็สะดุดตามไปด้วย ข้อพิพาทเรื่องสินค้าเสียหาย: เมื่อลูกค้าอ้างว่าสินค้าพังหรือได้ของไม่ครบ แต่กระดาษไม่สามารถบันทึกภาพถ่ายเป็นหลักฐานในขณะส่งมอบได้ บริษัทจึงมักต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายโดยปริยาย การทำงานของ…

  • การคำนวนต้นทุน ขนส่งรถบรรทุกให้แม่นยำ ทำอย่างไรไม่ให้ขาดทุน?

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ การคำนวนต้นทุน คือหัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าธุรกิจขนส่งของคุณจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” เถ้าแก่หลายคนดีใจที่หางานได้เยอะ รถวิ่งเต็มทุกวัน แต่พอสิ้นเดือนมาดูบัญชีกลับพบว่ากำไรหดหายหรือถึงขั้นขาดทุน นั่นเป็นเพราะเราอาจจะประเมินค่าใช้จ่ายแฝงต่ำเกินไปเวลาเสนอราคาให้ลูกค้าครับ วันนี้ TTMoC จะพามาเจาะลึกโครงสร้างต้นทุนของงานรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ว่ามีอะไรที่เราต้องระวังบ้าง พร้อมวิธีแก้ปัญหาการคิดราคาพลาดเมื่อต้องรับงานวิ่งส่งหลายจุด (Multi-drop) ครับ โครงสร้างพื้นฐานของ การคำนวนต้นทุน งานขนส่ง ก่อนจะเสนอราคา (Quotation) ให้ลูกค้า เราต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนการวิ่งรถ 1 ทริป ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ: 1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) คือค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่ารถจะวิ่งหรือไม่วิ่งก็ตาม เช่น: ค่างวดรถบรรทุกและหางพ่วง เงินเดือนพื้นฐานของคนขับรถและพนักงานออฟฟิศ ค่าประกันภัยรถขนส่ง พ.ร.บ. และภาษีประจำปี ค่าเช่าลานจอดรถ 2. ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) นี่คือจุดที่ทำให้หลายบริษัทขาดทุนครับ เพราะมันคือค่าใช้จ่ายที่…

  • สรุปใบผ่านทาง ของสินค้าประเภทต่างๆ ขนส่งอะไรต้องขออนุญาตบ้าง?

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ สรุปใบผ่านทาง ของสินค้าประเภทต่างๆ ในการขนส่งสินค้าทั่วไป เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้แค่ใบส่งของ (POD) หรือ Waybill ก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องรับจ้างขนส่งสินค้าที่มีความอ่อนไหว หรือถูกควบคุมโดยกฎหมาย การมีเพียงแค่เอกสารจากลูกค้าอาจไม่พอให้รถวิ่งผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่รัฐได้ครับ วันนี้ TTMoC จะพาเถ้าแก่และฝ่ายจัดรถมาทำความเข้าใจว่า สินค้าประเภทไหนบ้างที่ต้องมี “ใบผ่านทาง” หรือ “ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย” เพื่อป้องกันปัญหารถโดนกัก และโดนค่าปรับมหาศาลครับ สรุปใบผ่านทาง ของสินค้าประเภทต่างๆ ที่รถบรรทุกต้องมี สินค้าควบคุมที่ต้องมีเอกสารกำกับเป็นพิเศษก่อนที่รถจะล้อหมุนออกสู่ถนน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ครับ: 1. สินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และประมง (Agricultural & Livestock) เป็นกลุ่มที่เข้มงวดมากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ (เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือไข้หวัดนก) และการลักลอบนำเข้า ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์: ออกโดยกรมปศุสัตว์ ต้องมีติดรถเสมอเมื่อขนส่งเนื้อสัตว์ หมู ไก่ หรือวัว ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายพืชควบคุม: สำหรับสินค้าเกษตรบางชนิด…

  • การบริหาร Backhaul จัดการรถเที่ยวเปล่าให้เป็นกำไร

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ วิ่งขาไปรับทรัพย์ วิ่งขากลับรถเปล่า? ถึงเวลาต้องเรียนรู้ การบริหาร Backhaul ในวงการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และโลจิสติกส์ ปัญหา “รถเที่ยวเปล่า” (Empty Return) เป็นเหมือนฝันร้ายที่กลืนกินกำไรของบริษัทอย่างเงียบๆ การแก้ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของการลดคนหรือลดคุณภาพ แต่คือการนำ การบริหาร Backhaul เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ ลองจินตนาการดูสิครับ รถบรรทุกของคุณต้องวิ่งกลับบริษัทหรือลานตู้ (CY) ในระยะทางเท่าเดิม แต่คุณต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับ และค่าสึกหรอของรถไปฟรีๆ โดยไม่มีรายได้เข้ามาชดเชย การจัดการขากลับจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาพลิกวิกฤตนี้ เพื่อเปลี่ยนทุกกิโลเมตรที่รถวิ่งให้กลายเป็นรายได้เข้ากระเป๋าเถ้าแก่ครับ หลายครั้งที่เรารับงานขาไปได้ราคาดีมาก แต่พอหักลบกับต้นทุนขากลับที่ต้องตีรถเปล่า ปรากฏว่าทริปนั้นเหลือกำไรเพียงนิดเดียว หรือในบางเคสที่ค่าน้ำมันผันผวนหนักอาจถึงขั้นขาดทุน การปล่อยให้รถวิ่งเสียเปล่าจึงเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ธุรกิจขนส่งยุคใหม่ต้องรีบอุดให้เร็วที่สุด ทำไม การบริหาร Backhaul ถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การเพิ่มกำไร? การวางแผนและจับคู่งานขาไป-ขากลับได้อย่างลงตัว จะช่วยลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่าให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่งของคุณในหลายมิติ ได้แก่: เปลี่ยนต้นทุนสูญเปล่าเป็นรายได้: การหางานตีกลับช่วยให้คุณมีรายได้เข้ามาครอบคลุมค่าใช้จ่ายขากลับทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิ (Net Profit) ของทริปนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใช้ฟลีทรถให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Fleet…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *