ระบบ Fleet Management

ระบบ Fleet Management

ในวงการธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง การมีรถบรรทุกหลายคันในบริษัท (Fleet) ถือเป็นเครื่องบ่งบอกถึงการเติบโตของธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกัน “จำนวนรถที่เพิ่มขึ้น” ก็ตามมาด้วย “ต้นทุนที่บานปลายและควบคุมยาก” หากจัดการได้ไม่ดีพอ

วันนี้เราจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ระบบ Fleet Management ซึ่งเปรียบเสมือนสมองกลที่จะเข้ามาช่วยเถ้าแก่และผู้จัดการกองรถ บริหารจัดการทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้บริษัทเหลือกำไรในทุกๆ สิ้นเดือนครับ

ระบบ Fleet Management คืออะไร?

Fleet Management (การบริหารจัดการยานพาหนะ) คือ กระบวนการและแนวทางปฏิบัติในการควบคุม ดูแล และติดตามรถขนส่งทุกคันในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นรถหัวลาก รถ 6 ล้อ หรือรถกระบะขนส่ง เพื่อให้รถทุกคันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำที่สุด

ในอดีต การจัดการฟลีทรถอาจใช้เพียงกระดาษจดหรือตาราง Excel แต่ในปัจจุบัน ระบบ Fleet Management ได้ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของ “ซอฟต์แวร์ (Software)” ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ GPS เพื่อดึงข้อมูลสถานะต่างๆ แบบ Real-time ครับ

4 หัวใจหลักของการบริหารกองรถ (Fleet Management)

1. การจัดการเส้นทางและค่าน้ำมัน (Routing & Fuel Management)

ค่าน้ำมันคือต้นทุนอันดับ 1 ของธุรกิจขนส่ง ระบบบริหารยานพาหนะที่ดีต้องสามารถติดตามเส้นทางวิ่งจริงผ่าน GPS และนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับเกณฑ์การกินน้ำมันของรถแต่ละคันได้ ซึ่งหากคุณต้องการจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด สามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ในบทความ วิธีคุมค่าน้ำมันรถขนส่ง เพื่ออุดรอยรั่วและป้องกันการทุจริตบิลน้ำมันได้อย่างตรงจุดครับ

2. การซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)

“รถเสียกลางทาง คือหายนะของงานขนส่ง” การบริหารฟลีทรถจะต้องมีการแจ้งเตือนรอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยาง หรือเช็กระยะโดยอัตโนมัติ การวางแผนที่ดีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ ซึ่งมีความสอดคล้องอย่างมากกับ วิธีจัดการคิวซ่อมบำรุง และต่อภาษี พ.ร.บ. รถขนส่ง ไม่ให้พลาดโดนปรับ! เพราะนอกจากรถจะพร้อมวิ่งแล้ว เอกสารทางกฎหมายก็ต้องไม่ขาดต่ออายุด้วยครับ

3. การจัดการและควบคุมพฤติกรรมคนขับ (Driver Management)

ต่อให้รถดีแค่ไหน แต่ถ้าคนขับมีพฤติกรรมขับขี่ที่อันตราย (เช่น เบรกกะทันหัน ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือติดเครื่องจอดนอนนานๆ) ย่อมทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ระบบจะคอยเก็บข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อให้ผู้จัดการนำไปประเมินผลงานและพิจารณาจ่ายโบนัส (Incentive) แก่พนักงานที่ขับขี่ดีเยี่ยม

4. การควบคุมเอกสารและระบบงานบัญชี (Document & Accounting)

การวิ่งงานของรถแต่ละคันจะสร้างเอกสารมากมาย ทั้งใบสั่งงาน (Job Order) ใบเบิกเงินทดรองจ่าย และใบรับสินค้า การมีซอฟต์แวร์ส่วนกลางที่ช่วยเก็บบันทึกข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถเห็น วิธีคำนวณต้นทุนค่าขนส่ง ในแต่ละทริปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอสิ้นเดือนก็รู้ได้ทันทีว่าทริปไหนกำไรหรือขาดทุน


ยกระดับ ระบบ Fleet Management แบบครบวงจรด้วย TTMoC ERP

การบริหารกองรถบรรทุกในยุคดิจิทัล คุณไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมแยกหลายๆ ตัวให้ยุ่งยากอีกต่อไป เพราะ ระบบบริหารงานขนส่ง TTMoC ได้รวบรวมฟีเจอร์สำหรับบริหาร Fleet จัดคิวงาน และระบบบัญชีไว้ในแพลตฟอร์มเดียวบน Cloud

ไม่ว่าคุณจะมีรถของตัวเอง หรือต้องบริหารจัดการ “รถร่วมขนส่ง (Subcontractor)” ระบบของเราก็พร้อมรองรับทุกกระบวนการทำงาน เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้อย่างโปร่งใส 100%

เปลี่ยนกองรถที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นระบบที่สร้างกำไร
ปรึกษาและทดลองใช้ ระบบ Fleet Management จาก TTMoC ฟรี!

Similar Posts

  • ใบวางบิล Billing Note คืออะไร? สำคัญแค่ไหนในธุรกิจขนส่ง

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ใบวางบิล Billing Note คือเอกสารสรุปยอดค่าใช้จ่ายที่บริษัทขนส่งส่งให้ลูกค้า เพื่อแจ้งให้ทราบว่าในรอบบิลนั้นๆ มีค่าบริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์รวมทั้งหมดเท่าไหร่ ถือเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นเสมือน “ปราการด่านสุดท้าย” ก่อนที่บริษัทจะได้รับเงินสดเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจครับ วันนี้ TTMoC จะพาเถ้าแก่และฝ่ายบัญชีมาเจาะลึกความสำคัญของเอกสารใบนี้ และวิธีอุดรอยรั่วไม่ให้ยอดเงินตกหล่นจากการเก็บค่าขนส่งครับ! ความสำคัญของ ใบวางบิล Billing Note ในงานขนส่ง ในธุรกิจรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้บริการหลายทริปในหนึ่งเดือน ฝ่ายบัญชีจึงไม่นิยมเรียกเก็บเงินเป็นรายเที่ยว (เว้นแต่งานเงินสด) แต่จะใช้วิธีรวบรวม ใบสั่งงาน (Job Order) และ ใบส่งสินค้า (POD) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้น มาสรุปยอดรวมกันในเอกสารเพียงใบเดียว เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและทำจ่ายของฝั่งลูกค้า ปัญหาคลาสสิกที่ทำให้ “วางบิลไม่ครบ หรือ วางบิลช้า” ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากฝ่ายบัญชีคำนวณเลขผิดครับ แต่เกิดจาก “เอกสารต้นทาง” ไม่สมบูรณ์: บิลหน้าลานหาย: คนขับรถทำใบ POD หรือ EIR สูญหาย ทำให้บัญชีไม่มีหลักฐานไปตั้งเบิก ลูกค้าก็ปฏิเสธการจ่ายเงินทริปนั้น…

  • วิธีบริหาร “รถร่วมขนส่ง” (Subcontractor) ให้งานเป๊ะ ลูกค้าประทับใจ กำไรไม่หด

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ เมื่อธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตจนถึงจุดที่ “งานล้นมือ” และรถของบริษัท (Own Fleet) วิ่งไม่ทัน ทางออกที่ผู้ประกอบการมักเลือกใช้เพื่อขยายขีดความสามารถคือการจ้างซับคอนแทรคเตอร์ (Subcontractor) มารับช่วงต่อ แต่การจะ บริหารรถร่วมขนส่ง ให้ได้มาตรฐานเดียวกับรถของเราเองนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างมากในวงการโลจิสติกส์ การใช้รถร่วมช่วยให้คุณรับงานได้ไม่จำกัดโดยไม่ต้องลงทุนซื้อรถบรรทุกเพิ่มก็จริง แต่ดาบสองคมของการจ้างรถร่วมคือ “การควบคุมคุณภาพและระบบบัญชีที่วุ่นวาย” วันนี้เราจะมาดูวิธีจัดการซับคอนแทรคเตอร์ให้ทำงานได้เป๊ะ ลูกค้าประทับใจ และป้องกันปัญหากำไรหดหายกันครับ 3 ปัญหาปวดใจ เมื่อขาดระบบ บริหารรถร่วมขนส่ง ที่ดี “ปัญหาคลาสสิกของการจ้างรถร่วมขนส่ง คือความล่าช้าในการส่งคืนเอกสารหลังจบงาน ทำให้บริษัทตามเก็บเงินจากลูกค้า (Shipper) ได้ช้าลงไปด้วย เพื่ออุดรอยรั่วนี้ คุณสามารถยกระดับการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ ระบบ e-POD คืออะไร? เปลี่ยนใบส่งสินค้าให้เป็นดิจิทัล จบปัญหาบิลหาย ซึ่งจะช่วยให้คนขับรถร่วมสามารถส่งหลักฐานการจบงานผ่านมือถือได้ทันที ออฟฟิศเห็นข้อมูลปุ๊บ ทำจ่าย-วางบิลได้ปั๊บครับ” เจ้าของธุรกิจขนส่งหลายท่านคงเคยเจอปัญหาเหล่านี้เวลาจ่ายงานให้ซับคอนแทรคเตอร์: ตามสถานะไม่ได้ (Blind Spot): รถร่วมมักไม่ค่อยอัปเดตสถานะ ฝ่ายหน้าลานไม่รู้เลยว่าตอนนี้รถไปถึงไหนแล้ว พอลูกค้าโทรมาตามของ เราก็ตอบไม่ได้…

  • การคำนวนต้นทุน ขนส่งรถบรรทุกให้แม่นยำ ทำอย่างไรไม่ให้ขาดทุน?

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ การคำนวนต้นทุน คือหัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าธุรกิจขนส่งของคุณจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” เถ้าแก่หลายคนดีใจที่หางานได้เยอะ รถวิ่งเต็มทุกวัน แต่พอสิ้นเดือนมาดูบัญชีกลับพบว่ากำไรหดหายหรือถึงขั้นขาดทุน นั่นเป็นเพราะเราอาจจะประเมินค่าใช้จ่ายแฝงต่ำเกินไปเวลาเสนอราคาให้ลูกค้าครับ วันนี้ TTMoC จะพามาเจาะลึกโครงสร้างต้นทุนของงานรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ว่ามีอะไรที่เราต้องระวังบ้าง พร้อมวิธีแก้ปัญหาการคิดราคาพลาดเมื่อต้องรับงานวิ่งส่งหลายจุด (Multi-drop) ครับ โครงสร้างพื้นฐานของ การคำนวนต้นทุน งานขนส่ง ก่อนจะเสนอราคา (Quotation) ให้ลูกค้า เราต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนการวิ่งรถ 1 ทริป ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ: 1. ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) คือค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่ารถจะวิ่งหรือไม่วิ่งก็ตาม เช่น: ค่างวดรถบรรทุกและหางพ่วง เงินเดือนพื้นฐานของคนขับรถและพนักงานออฟฟิศ ค่าประกันภัยรถขนส่ง พ.ร.บ. และภาษีประจำปี ค่าเช่าลานจอดรถ 2. ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) นี่คือจุดที่ทำให้หลายบริษัทขาดทุนครับ เพราะมันคือค่าใช้จ่ายที่…

  • ไขข้อข้องใจ Booking request กับ Booking confirmation ต่างกันอย่างไร

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ ไขข้อข้องใจเอกสารขนส่ง: ความแตกต่างระหว่างใบคำขอจองและใบยืนยันการจอง ในวงการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ นำเข้า-ส่งออก และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เอกสารคือหัวใจสำคัญที่ทำให้งานเดินหน้าได้อย่างราบรื่น แต่หลายคนในทีม Operation หรือแอดมินมือใหม่อาจจะยังสับสน โดยเฉพาะเอกสารตั้งต้นอย่าง Booking Request ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการขนส่งทั้งหมด หากขั้นตอนนี้เกิดข้อมูลตกหล่น หรือสื่อสารกันคลาดเคลื่อนกับเอกสารยืนยันการจองอื่นๆ อาจส่งผลให้หารถบรรทุกรับงานไม่ทัน ตกเรือ หรือเสียค่าปรับลานตู้ (CY) ได้เลยทีเดียว การทำความเข้าใจระบบเอกสารชิปปิ้งไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายแอดมินเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบถึงพนักงานขับรถบรรทุกและฝ่ายบัญชีด้วย วันนี้เราจะมาเจาะลึกความหมายของใบคำขอจองระวาง ว่ามีที่มาอย่างไร ใครเป็นผู้ออกเอกสาร และจะจัดการเวิร์กโฟลว์เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร เพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ สรุปความเข้าใจง่ายๆ ของใบคำขอจองและใบยืนยันการจอง 1. ใบคำขอจองระวาง (เอกสารจากฝั่งลูกค้า) เอกสารตัวนี้คือสิ่งที่ “ฝั่งผู้ส่งออก หรือ ลูกค้า” เป็นคนส่งมาให้ครับ เปรียบเสมือนใบสั่งซื้อบริการขนส่ง โดยลูกค้า (Shipper หรือ Freight Forwarder) จะส่งใบคำขอนี้มาเพื่อขอจองพื้นที่ระวางเรือ หรือจองคิวรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ข้อมูลสำคัญในหน้ากระดาษจะประกอบไปด้วย: รายละเอียดสินค้า (Description…

  • สรุปให้! ภาษีธุรกิจขนส่ง หัก ณ ที่จ่าย 1% และ VAT คิดยังไงให้ถูกต้อง

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ เรื่องภาษีเป็นของคู่กันที่มักสร้างความปวดหัวให้กับผู้ประกอบการเสมอ โดยเฉพาะมือใหม่ที่เพิ่งเปิดบริษัท เพราะการจัดการ ภาษีธุรกิจขนส่ง มีกฎเกณฑ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากการซื้อขายสินค้าทั่วไปอย่างชัดเจน นั่นคือเรื่องของ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% (Withholding Tax) และข้อยกเว้นเรื่อง VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในบางกรณี วันนี้ TTMoC จะมาสรุปเรื่องภาษีสำหรับสายโลจิสติกส์ให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีทำงานลื่นไหล และปลอดภัยจากการถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังครับ ทำความเข้าใจ ภาษีธุรกิจขนส่ง : ค่าขนส่งต้องหัก 1% เสมอ! ตามกฎหมายของ กรมสรรพากร ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า “ค่าบริการขนส่งสินค้า” จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% เสมอ (ต่างจากค่าบริการทั่วไปที่หัก 3%) โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้: ผู้ว่าจ้าง (ลูกค้า) ที่เป็นนิติบุคคล จะเป็นคนหักเงิน 1% ของค่าขนส่งก่อนจ่ายเงินให้เรา ผู้ว่าจ้างต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ…

  • บริหาร เงินทดรองจ่าย (Petty Cash) อย่างไร ไม่ให้ธุรกิจขนส่งขาดทุน?

    TTMoC หน้าหลัก ฟีเจอร์เด่น แพ็กเกจราคา ติดต่อเรา บทความ เข้าสู่ระบบ เงินทดรองจ่าย ถือเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่เถ้าแก่และฝ่ายบัญชีธุรกิจขนส่งต้องเจอทุกวัน หรือที่ชาวรถบรรทุกมักเรียกกันติดปากว่า “เงินเบิกหน้าลาน” จนมีคำกล่าวที่ว่า “คุมรถว่ายากแล้ว คุมเงินหน้าลานยากกว่า” วันนี้ TTMoC จะพาไปเจาะลึกว่าทำไมเงินก้อนนี้ถึงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้บริษัทสูญเสียกำไรโดยไม่รู้ตัว และเราจะมีวิธีอุดรอยรั่วนี้ได้อย่างไรครับ เงินทดรองจ่าย ในธุรกิจขนส่ง คืออะไร? ทำไมถึงควบคุมยาก? เงินก้อนนี้ คือเงินสดที่บริษัทสำรองให้พนักงานขับรถเบิกออกไปเพื่อใช้จ่ายระหว่างการเดินทางปฏิบัติงาน เนื่องจากในการวิ่งงานแต่ละเที่ยว มีค่าใช้จ่ายจุกจิกที่ไม่อาจคาดเดาได้เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวิ่งงานตู้คอนเทนเนอร์ที่มีรูปแบบเส้นทางแบบ A -> B -> A -> คืนตู้เปล่า (รับตู้จากท่าเรือ A -> ไปจุดบรรจุสินค้า B -> นำตู้หนักหรือตู้เปล่ากลับมาคืนที่ A) คนขับจะต้องเจอกับจุดที่ต้องควักเงินสดจ่ายยิบย่อยตลอดทาง เช่น: ค่าผ่านทาง / ค่าทางด่วน (Toll fees) ค่าธรรมเนียมยกตู้ขึ้น-ลง หน้าลาน (Lift on / Lift…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *